Make your own free website on Tripod.com
การเซ่นไหว้วันสารทจีน

          เมื่อถึงเดือน 7 ตามปฏิทินจีน ซึ่งจะตรงกับเดือน 9 ของไทย ชาวจีนเรียกเดือน 7 นี้ว่า “ ชิ้ดโง้ย “ ถือว่าเป็นเดือนประตูผีจะเปิดออกหลังเที่ยงคืนที่ 30 ค่ำ เดือน 6 ของจีน เพื่อปลดปล่อยพวกวิญญาณ ผีที่อยู่ในนรก หรือเมืองผี ได้ออกมาท่องเที่ยว ชาวจีนผู้สูงอายุ มักจะไม่ให้ลูกหลานออกไปนอกบ้าน ในยามค่ำคืน และมีข้อห้ามไม่ให้ทำการใด ๆ ที่เป็นมงคลภายในเดือนนี้ และถือว่าวิญญาณผีอาจจะทำให้ผู้คนเกิดอาการที่เรียกว่า “ ช้อง “ หมายถึง อาจจะทำให้เจ็บไข้ได้ป่วย หรือประสบอุบัติเหตุได้ ในช่วงเดือน 7 บางคนอาจถึงตายได้ ชาวจีนยังเชื่อว่า ถ้าหากมีผู้ใดเกิดเจ็บไข้ได้ป่วยในระหว่างเดือนนี้ และตายถือว่าไม่ดี
          ครั้นรุ่งขึ้นเช้า เป็นวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 7 เรียกว่า “ ชิ้ดโง้ยโช้ยอิด “ ชาวจีนทุกบ้านถือเป็นประเพณี จะต้องไหว้บูชา เทวดาทั่วไป เทพเจ้าประจำบ้าน เทพแห่งเตาไฟ และบรรพบุรุษภายในบ้าน เพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์และบรรพบุรุษได้คุ้มครองป้องกันภัยอันตรายจากเหตุร้ายทุกประการ และเช้าของวันที่ 15 ค่ำ เดือน 7 เรียกว่า “ ชิ้ดโง้ยปั่ว “ ชาวจีนถือเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งไม่มีผู้ใดละทิ้ง เพราะเกรงว่าวิญญาณที่เที่ยวออกมาเร่ร่อนจะมาทำร้าย การเซ่นไหว้ดวงวิญญาณเร่ร่อนจึงขาดเสียมิได้
          สิ่งของที่นำมาไหว้ก็เหมือนกับที่นำมาไหว้ในเทศกาล อื่น ๆ เนื่องจากเป็นการเซ่นไหว้เทพเจ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ องค์เดิมที่อยู่ภายในบ้าน ได้แก่ ไก่ หมู ปลาหมึก ปลา ผลไม้ต่าง ๆ ขนมรวม 5 อย่าง น้ำชา เหล้าแดง ธูปเทียน กระดาษเงินและกระดาษทอง โดยจัดไหว้เทวดาทั่วไป เทพเจ้าประจำบ้าน เทพแห่งเตาไฟ ในตอนเช้าแม่บ้านเป็นผู้เตรียมสิ่งของ และหลังจากไหว้แล้วก็นำสิ่งของต่าง ๆ มาทำกับข้าว และแยกออกเป็น 2 ชุด ชุดหนึ่งสำหรับเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ในบ้านก่อนเที่ยงวัน หลังจากนั้นจะนำมาเซ่นไหว้นอกบ้าน อาจจะเป็นหลังบ้าน หรือหน้าบ้านในตอนเย็น เพราะถือว่าบรรพบุรุษของเราเริ่มมีการถือศีลปฏิบัติตนเหมือนกับพระเพื่อเป็นเทพต่อไป ส่วนวิญญาณเร่ร่อนเป็นผีชั้นต่ำสามารถรับประทานอาหารได้ไม่เป็นเวลา ลำดับในการไหว้ ต้องไหว้เทพเจ้าและบรรพบุรุษเสียก่อน แล้วจึงจะไหว้วิญญาณเร่ร่อน
          ประเพณีการเซ่นไหว้ในอดีตจะยกบรรดาอาหารต่าง ๆ ออกมาทั้งกาละมัง หรือทั้งหม้อมาไหว้พวกวิญญาณเร่ร่อน เรียกว่า สหายภราดร หรือ สหายภราดร หรือ โฮ้ยเฮี่ยตี่ ให้ได้กินอย่างอิ่มหนำสำราญ เป็นการแสดงให้เห็นว่า เจ้าของบ้านได้เชิญพวกเขามากินอาหาร อย่างเต็มที่โดยยกออกมาทั้งหมด เป็นการแสดงให้เห็นว่าเรามีความเต็มใจเอาทุกอย่าง ออกมาทั้งหมด วิญญาณพวกนี้จะได้ให้เราอยู่เย็นเป็นสุข
          ชาวบ้านถือว่าการเซ่นไหว้ในเดือน 7-15 ค่ำ และเซ่นไหว้วันตรุษจีนนั้นไม่ควรขาด ถึงแม้ว่าบางครั้งจะไม่ค่อยมีเงินก็ต้องทำอาหารไปไหว้ มีน้อยก็ทำน้อยดีกว่าไม่ได้ทำเสียเลย
          เมื่อเสร็จจากการเซ่นไหว้วิญญาณเร่ร่อนนอกบ้าน รออีกสักระยะหนึ่งเพื่อให้วิญญาณเหล่านั้นได้กินอาหารอย่างอิ่มหนำสำราญ จึงนำเอากระดาษที่ตั้งใจว่าจะให้เขาไปใช้จ่ายในเมืองผี หรือเมืองนรก มาเผาเพื่อให้เขาแบ่งกันไปใช้ตามสมควร ชาวจีนบางคนคิดว่าเมื่อให้เงินแล้วก็ควรให้ทองไปด้วย ก็อาจจะเผากระดาษทองไปบ้างตามสมควร
          การเซ่นไหว้ในวันสารทจีน เป็นการแสดงออกถึงความเชื่อเกี่ยวกับเทพเจ้า เทวดาวิญญาณบรรพบุรุษ วิญญาณภูตผี ปีศาจ เคล็ด เช่น การนำสิ่งของที่มีอยู่ทั้งหมดออกมาเซ่นไหว้เพราะชาวจีนเชื่อว่า การแสดงออกอย่างเปิดเผย จริงใจ ย่อมได้รับสิ่งเหล่านั้นกลับคืนมา เช่นกัน และการเซ่นไหว้วิญญาณเร่ร่อนภายนอกบ้าน เพราะเชื่อว่า วิญญาณเร่ร่อนย่อมไม่มีที่อาศัยก็ต้องอยู่ภายนอกและในที่อยู่อาศัยก็มีเจ้าที่รักษา ทำให้วิญญาณเร่ร่อนไม่สามารถเข้าไปภายในบ้านได้ และเชื่อในเรื่องการแบ่งปัน การให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ด้อยกว่า และช่วยเหลือกันและกัน


Picture