Make your own free website on Tripod.com
ประเพณีตรุษจีน (ต่อ)

         ในวัน 1 ค่ำ เดือน 1 เช้าตรู่วันนี้ ชาวจีนจะนำผลไม้ 3 ชนิด พร้อมขนมเข่ง ซึ่งเป็นขนมที่ทำเฉพาะในช่วงตรุษจีนเท่านั้นมาตั้งโต๊ะบูชา สิ่งเหล่านี้จะวางไว้เป็นเวลา 3 วัน 3 คืน จึงเก็บเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองปีใหม่ ในวันนี้ชาวจีนในอดีตจะสวมเสื้อผ้าใหม่ และออกไปทักทายสวัสดีเพื่อนบ้าน ญาติมิตร เมื่อเจอกันก็จะกล่าวแต่คำที่เป็นมงคล จะต้องมีอารมณ์ดี สดชื่น แจ่มใส เป็นพิเศษมีการแจกซองแดงให้กับเด็ก ๆ และญาติผู้ใหญ่เป็นการเพิ่มความสิริมงคลแก่ชีวิตในโอกาสเริ่มต้นปีใหม่ และการที่ชาวบ้านยึดถือประเพณี พร้อมทั้งได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาเนื่องจากชาวบ้านยังคงมีความเชื่อว่าในระยะเวลา 1 ปี ที่พวกเขามีชีวิตอยู่นั้น จะมีเทพเจ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยสอดส่องดูแล ช่วยเหลือ ปกป้อง คุ้มครองให้กับตนตลอดไป
          สมัยก่อนนายเหมืองจัดให้พิธีการไหว้เทวดาที่ศาลเจ้า และให้ทุกคนในเหมืองมาร่วมพิธีไหว้ หลังจากนั้น นายเหมืองก็จะนำอาหารที่ไหว้มาเลี้ยงคนงานในเหมืองเป็นการขอบคุณ เขาจะทำพิธีไหว้เทวดาตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงที่ศาลเจ้า เพื่อต้องการให้คนในเหมืองที่อพยพมาคนเดียวไม่มีครอบครัว และคนจนได้มีโอกาสได้ไหว้เทวดาเพื่อเป็นสิริมงคล ปัจจุบันศาลเจ้าก็ยังคงเป็นสถานที่ที่ชาวภูเก็ตใช้ทำพิธี ในแต่ละปีมีการเสี่ยงทาย โดยการเรี่ยไรเงินจากชาวบ้าน แล้วนำรายชื่อที่เรี่ยไรได้ มาทำการเสี่ยงทายเพื่อหากรรมการจัดพิธีในถัดไป ซึ่งวิธีการดังกล่าว ชาวบ้านได้เรียนรู้ถึงมีกิจกรรมร่วมกันในชุมชน ในศาลเจ้า และพิธีกรรม ทำให้ชาวบ้านมีจุดศูนย์รวมกิจกรรมของชุมชนร่วมกันทำบุญ ไหว้พระที่ศาลเจ้า ถึงแม้ว่าบางคนไม่มีทรัพย์ทำบุญได้มาก ก็สามารถทำพิธีไหว้ตามความเชื่อของตนได้ ในอดีตเมือถึงเทศกาลคนจีนก็มาไหว้พระที่ศาลเจ้าร่วมกัน ในวัน 8 ค่ำ เดือน 1 ตั้งแต่เที่ยงคืน จนกระทั่งถึงวัน 9 ค่ำ เที่ยงคืน เป็นเวลา 24 ชั่วโมง
          การบูชาเทวดา หรือเทพเจ้าสูงสุดบนสวรรค์ เป็นความเชื่อของคนไทยเชื้อสายจีนอีกพิธีกรรมหนึ่ง เพื่อให้เทวดาปกป้องคุ้มครองตน พิธีกรรมนี้จะจัดในช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งเรียกภาษาจีนว่า เจี้ยโหง๋ยโช้ยก้าว หมายถึง เดือน 1 ขึ้น 9 ค่ำ
การประกอบพิธีของคนจีนในอดีต เมื่อถึงเดือน 3 จะมีการไหว้เทวดาประมาณตีสองตีสาม แล้วรอจนพระอาทิตย์ขึ้นก็เสร็จพิธี ตามภาษาจีนเรียกว่า “”ส่าง”” ก่อนที่จะเก็บเครื่องไหว้ก็จะต้องเผากระดาษทองเล็ก หรือกระดาษทองใหญ่ ภาษาจีนเรียกว่า กระดาษกิ้ม หลังจากนั้นให้จุดประทัดเป็นอันเสร็จพิธี เพราะชาวบ้านเชื่อว่า การเผากระดาษทองเป็นการถวายเงินทองให้แก่เทพเจ้า เทพเจ้าก็จะให้เงินเราคืนเป็นเท่าทวีคูณ สำหรับการจุดประทัดนั้นเป็นการจุดส่งเทพเจ้าให้กลับไปสิงสถิตย์ยังที่ที่พระองค์เสด็จลงมา

          การบูชาเทวดานั้นจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
1. การบูชาเทวดาที่ไม่มีอาหารคาว เช่น เจ้าแม่กวนอิม เจ้าแม่ทับทิม พระจ้อซือ เป็นต้น การจัดเตรียมอาหารต่าง ๆ ประกอบไปด้วย ขนมหวาน ขนมแห้ง ผลไม้ และน้ำชา
2. การบูชาเทวดาในวันตรุษจีน ที่เรียกว่าเดือน 3 ของไทย เชื้อสายจีนใช้สิ่งของที่บูชาเทวดาประเภทอาหารคาว เช่น เนื้อสัตว์ และขนมหวาน ขนมแห้ง ผลไม้ และน้ำชา

          การจัดสิ่งของบูชาเทวดาในเทศกาลตรุษจีน (เดือนสาม) มี 2 ลักษณะ ดังนี้
1. การบูชาเทวดาแบบประหยัด ซึ่งจะขึ้นอยู่กับฐานะของแต่ละบุคคล ที่จะมีความสามารถจัดหาซื้อสิ่งของมาบูชาเทวดาได้ บางคนจะมีการเก็บออกเงินไว้สำหรับไหว้เทวดา แม้ว่าตัวเองจะไม่ค่อยมีเงิน แต่ก็จะพยายามเก็บออกเงินเพื่อจะได้มีสิ่งของมาไหว้ บางครั้งอาจมีทุกอย่างไม่ครบถ้วน แต่ก็มีสิ่งจำเป็นต้องมีในการไหว้ เพราะชาวบ้านเชื่อว่า ถ้าหากในปีนี้ไม่ได้ไหว้เทวดา อาจจะมีสิ่งไม่ดีเกิดขึ้นกับชีวิตของตนได้
2. การบูชาตามรูปแบบที่ครบบริบูรณ์ สำหรับผู้ที่มีฐานะดี และสามารถจัดหาสิ่งของมาบูชาได้เต็มที่ และเป็นจำนวนมาก เนื่องจากชาวบ้านเชื่อว่า “”เมื่อเรามีเงินมีทองมากมายในปีนี้ เราก็ควรบูชาเทพเจ้าด้วยสิ่งของที่ครบสมบูรณ์ เพื่อว่าชีวิตในปีต่อมาจะได้มีความสุขสมบูรณ์เหมือนเดิม หรือมากกว่าปีที่ผ่านมา””


Picture