Make your own free website on Tripod.com
ประเพณีตรุษจีน

          ประเพณีตรุษจีน หรือประเพณีเดือนสามของชาวภูเก็ตซึ่งตรงกับเดือน 1 ของจีน เป็นประเพณีขึ้นปีใหม่ ซึ่งในอดีตชาวจีนหยุดงานเฉลิมฉลองกันตั้งแต่วัน 1 ค่ำ เดือน 1 จนถึง 15 ค่ำ เดือน 1 (ตามปฏิทินจีน) เป็นเวลา 15 วัน เพื่อจัดเตรียมสิ่งของและเยี่ยมเยียนญาติ เนื่องจากสังคมในอดีต มีการพึ่งพาอาศัย ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่ต้อง แข่งขันหรือเร่งรีบทำมาหากิน อีกทั้งจำนวนประชากรมีไม่มากนัก ทรัพยากรที่เป็นปัจจัยในการดำรงชีวิตยังคงมีเพียงพอ และถือว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความเป็นสิริมงคล และถือประเพณีตรุษจีนเป็นวันหยุดพักผ่อนแห่งปีด้วย ซึ่งวันงานแท้ ๆ มีอยู่ 3 วัน คือ วันที่ 29 , 30 ของเดือน 12 และวันที่ 1 ทั้ง 3 วัน เป็นวันแห่งพิธีต้อนรับปีใหม่ วันที่ 29 เรียกว่า วันจ่าย วันที่ 30 เรียกว่า วันไหว้ มีการไหว้เทพเจ้า ไหว้บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว และไหว้เทพเจ้า ตอนสายไหว้บรรพบุรุษ ตอนบ่ายไหว้วิญญาณเร่ร่อน ส่วนวันที่ 1 เป็นวันขึ้นปีใหม่ เป็นวันที่ชาวจีนจะไม่ทำงานอะไร แต่จะออกไปเยี่ยมญาติ มีกิจกรรมการแจกซองแดง (อังเปา) และส่งของกำนัลแก่กันในหมู่วงศ์ญาติเป็นการสร้างเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกัน รวมทั้งแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อกันในระหว่างเครือญาติ และเพื่อนสนิทมิตรสหาย
          ก่อนวันตรุษจีนชาวภูเก็ต สมาชิกภายในครอบครัว แม่บ้าน และลูก ๆ จะร่วมกันทำความสะอาด และตกแต่งบ้านเรือนด้วยกระดาษสีแดง โดยผู้เป็นพ่อแม่จะบอกเล่าความสำคัญ และความหมายของการทำความสะอาด และใช้กระดาษสีแดงให้ ลูก ๆ ฟัง ชาวจีนถือว่าสีแดง เป็นสีแห่งความเป็นสิริมงคล และมีการเขียนคำมงคลในกระดาษแดง เป็นการช่วยให้กำลังใจว่า ความยากลำบากในปีที่ผ่านมาได้สิ้นสุดลงแล้ว พร้อมกับนำมาปะตามขอบประตู หน้าต่าง และตู้เก็บของ มีการคาดผ้าแดงที่ขอบประตูด้านบน เรียกว่า ผ้าฉาย มีผ้าคาดโต๊ะพระที่มีลวดลายสวยงามเรียกว่า โต๊ะอุ๋ย เพื่อต้อนรับความเป็นมงคลให้แก่ตน และบ้านเรือนที่ตนอาศัย และการทำความสะอาดบ้านเรือน เพื่อเป็นการต้อนรับเทพเจ้า และสิ่งดี ๆ ที่จะเข้ามาหาในปีใหม่ หากไม่ได้ปฏิบัติสิ่ง ดี ๆ จะไม่เข้ามาเพราะบ้านเรือนสกปรก
          ในช่วงวันดังกล่าวจะไม่มีการปฏิบัติงาน ไม่เช่นนั้นชีวิตของคนคนนั้นจะมีแต่ความลำบาก ต้องทำงานหนักไปตลอดทั้งปี
          ชาวบ้านมีความเชื่อในเรื่องเคล็ด ในวันเที่ยว (โช้ยอิด) ของเทศกาลตรุษจีน ถ้าสามารถหลีกเลี่ยงที่ไม่ทำงานได้ในวันนี้ ทุกคนก็หยุดทำงานในช่วงเวลาดังกล่าว เนื่องจากถ้าหากปฏิบัติงานในวันนี้ เป็นตัวบ่งชี้ว่าในปีนี้ทั้งปี ต้องทำงานหนักไปตลอดปี และการมีบุญวาสนาขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตนในวันตรุษจีน ดังคำเปรียบเทียบว่า “”วันมงคล เริ่มปีใหม่วันแรก ยังต้องทำงานหนักเสียแล้ว เพราะงั้นก็ต้องทำตลอดทั้งปีแน่””
          
การประกอบพิธีกรรมในช่วงตรุษจีน เริ่มมีการปฏิบัติก่อนวัน 1 ค่ำเดือน 1 เล็กน้อย กล่าวคือ ในวัน 24 ค่ำ เดือน 12 มีการส่งเทพเจ้าประจำบ้านขึ้นสวรรค์ เรียกว่า “”จั๊บยี่โง้ยยี่สี่ส้างซิ๋น”” โดยสมาชิกในบ้านร่วมกันทำความสะอาดบ้านก่อน พอรุ่งเช้าก็จะเตรียมสิ่งของเครื่องสักการะต่าง ๆ แล้วนำมาเซ่นไหว้เทพเจ้าประจำบ้าน หรือเทพเจ้าเตา เพื่อส่งขึ้นไปประชุมบนสวรรค์ ให้เทพเจ้าขึ้นไปรายงานความประพฤติของมนุษย์ต่อยกอ๋องส่งเต้หรือพระอิศวร ว่าในรอบปีหนึ่งโลกมนุษย์มีใครปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบอย่างไร ชาวจีนจะนำเครื่องบูชาที่ประกอบด้วย ไก่ทั้งตัว หมู และบะหมี่ รวมทั้งขนมหวาน เช่น ขนมเข่ง (ขนมชนิดหนึ่งประกอบด้วยแป้งและน้ำตาล) เผือกเชื่อม เพื่อเป็นเคล็ดให้เทพเจ้ากิจแล้วเหนียวติดปาก เทพเจ้าจะได้กล่าวแต่สิ่งที่ดีมีประโยชน์ และพูดแต่คำหวาน แล้วนำเครื่องบูชามาวางไว้ที่หน้าพระประจำบ้านในตอนเช้า และในวันสิ้นปี คือ 29 หรือ 30 ค่ำ เดือน 12 มีการนำเครื่องบูชามาไหว้พระอีกครั้งหนึ่ง เสร็จแล้วนำเครื่องบูชาเหล่านั้นไปประกอบอาหารเพื่อนำมา เซ่นไหว้วิญญาณของสหายภราดร (โฮ้เฮี่ยดี่ หรือวิญญาณเร่ร่อน) ที่ภายนอกบ้านในตอนเย็น และค่ำวันนั้น เป็นวันรวมญาติของชาวจีน โดยญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงได้มาร่วมกันรับประทานอาหารพร้อม ๆ กัน เป็นการส่งท้ายปีเก่า ซึ่งขณะรับประทานอาหาร ก็มักจะพูดคุยกันแต่สิ่ง ดี ๆ ในเรื่องที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ ความเป็นอยู่ พิธีกรรม เช่น รู้เรื่องพิธีกรรมมาจากไหน ทำไมต้องทำ ทำแล้วเป็นอย่างไร เป็นต้น


Picture